การน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงกับการทำธุรกิจ

เศรษฐกิจพอเพียงถ้าเกิดใครสักคนตั้งคำถามว่า การทำธุรกิจของคุณได้นำหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้บ้างไหม หลายคนคงคิดเราน่าจะได้ใช้นะ เพียงแต่ไม่แน่ใจในหลักการที่แท้จริง หรือ หลายคนอาจจะสงสัย จะเอาไปใช้ได้อย่างไร หรือ เศรษฐกิจพอเพียงใช่ทางออกหรือเปล่า วันนี้จึงขอนำเสนอ หลักการของเศรษฐกิจพอเพียง และตัวอย่างการน้อมนำไปใช้จนธุรกิจประสบผลสำเร็จจริงมาแล้วจริงๆ  เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนที่คิดจะเริ่มต้นธุรกิจ หรือเป็นกำลังใจให้กับนักธุรกิจหลายคน และเศรษฐกิจพอเพียงก็เหมาะสำหรับหลายคนที่กำลังให้ความสนใจกับคำว่าธุรกิจสตาร์ทอัพในปัจจุบันค่ะ

ในส่วนแรกขอกล่าวถึงความหมายของ เศรษฐกิจพอเพียง จึงประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังนี้

  1. 1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ
  2. 2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ
  3. 3. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

โดยมีเงื่อนไขของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง 2 ประการ  ดังนี้

  1. 1. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติ
  2. 2. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต

(แหล่งข้อมูลจากเวปไซด์ http://www.chaipat.or.th/site_content/34-13/3579-2010-10-08-05-24-39.html)

ซึ่งมีตัวอย่างการน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ได้อย่างประสบผลสำเร็จจริง ซึ่งเมื่อฟังเรื่องราวแล้วอาจจะทำให้ใครหลายคนมีกำลังใจที่จะลุกขึ้นมาสู้ค่ะ

คุณ โชค บูลกุล ซึ่งเป็นกรรมผู้จัดการกลุ่มบริษัทฟาร์มโชคชัย ได้น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในช่วงที่ธุรกิจมีปัญหาในช่วงปี 2535 เกิดหนี้สิน 400-500 ล้านบาท โดยบริษัทต้องยอมขายธุรกิจนมสดฟาร์มโชคชัยเพื่อนำเงินมาชำระหนี้สิน และเหลือส่วนของธุรกิจผลิตฟาร์มซึ่งเป็นธุรกิจต้นน้ำ แต่ถ้าวิเคราะห์แล้วฟาร์มโคจะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ยาก เนื่องจากได้ขายธุรกิจปลายน้ำคือธุรกิจนมไปแล้ว เป็นช่วงวิกฤต ที่จะอยู่ต่อไปหรือไม่ แต่คำหนึ่งที่คุณโชค ได้กล่าวไว้ได้อย่างน่าสนใจคือ วิกฤตทำให้เราคิดอะไรที่ใหม่ กลับมาสู่จุดแข็งคือ ฟาร์มโชคชัยเป็นภาคการผลิตที่มีงานวิจัยพัฒนาสายพันธ์โคนมที่เหมาะสมในสภาวะประเทศไทย ดังนั้น ตลาด AEC มีสภาวะภูมิอากาศ ภูมิประเทศคล้ายไทย จึงน่าจะผลิตขายในภูมิภาคนี้ได้ ใช้จุดการขายคือสินค้า Limited Edition ที่แต่ละปีผลิตได้จำนวนไม่มาก ใครที่จะซื้อต้องเป็นลูกค้า exclusive  โดยในการประกอบธุรกิจ แบบใหม่จะไม่มีการกู้เงินเพิ่มมาสร้างธุรกิจในช่วงวิกฤตนี้เลย ค่อยๆเติบโต อย่างยั่งยืนภายใต้เงื่อนไข มีความรู้และคุณธรรม จนประสบผลสำเร็จให้เราเห็นในปัจจุบันนี้ค่ะ (แหล่งข้อมูล https://www.youtube.com/watch?v=XBsKGKmIsU4)

จากตัวอย่างที่ได้กล่าวมา ทุกอย่างอยู่ในหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง คือความมีเหตุผลโดยดูปัจจัยที่เราพร้อมบนความพอเพียง มีการคาดการณ์และปัจจัยรอบด้านที่เกี่ยวข้อง ใช้งบประมาณแบบพอประมาณโดยการไม่กู้ยืมเงินมาเพิ่มเติมเลย ค่อยเติบโตด้วยฐานที่มั่นคง พอมาถึงจุดนี้ หลายคนคงเริ่มมองการน้อมนำเอาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ได้บางไม่มากก็น้อยนะคะ

Leave a comment

Your email address will not be published.


*